ลูกสาวฤษี (ปริทรรศน์ หุตางกูร)


เช่นเดียวกับผลงานเล่มอื่นๆ ที่ได้ชิงซีไรต์ปีนี้ นอกจากสามเล่มที่เรายังไม่ได้อ่าน ทุกเล่มเราชิงอ่านมาล่วงหน้าหมดแล้ว ก่อนจะประกาศผลรางวัลเสียอีก (จะได้ไม่ถูกใครค่อนขอดว่าตามกระแส ) อ๋อ เว้นไว้เล่มหนึ่งคือเกียวนาบาจอก ซึ่งเพิ่งได้อ่านทีหลัง ไว้จะพูดถึงลำดับถัดไป

ลูกสาวฤษีเป็นผลงานชิงซีไรต์ปีนี้ที่แหกคอกที่สุด จริงๆ ทินกร หุตางกูลก็ไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่อะไร เคยได้เป็นซีรองมาแล้วจากแม่มดบนตึก เมื่อประมาณห้าหกปีก่อน นอกจากนี้ยังมีผลงานรวมเรื่องสั้นเซอร์แตกอีกชิ้นคือโศกลดิจิตัล แต่ถ้าคิดว่าลูกสาวฤษีเป็นผลงานแอบสแตรกล่ะก็คุณเข้าใจผิดแล้ว ลูกสาวฤษีเป็นเรื่องชวนหัวมั่วนิ่มของคนขับสามล้อ ซึ่งเนื่องมาจากสภาพหากินฝืดเคือง เลยเปลี่ยนอาชีพมาเป็นฤษีแทน ตะแกนุ่งผ้าลายเสือดาว แล้วปฏิญาณตนว่าจะไม่พูดไม่จากับใคร จนกระทั่งคืนพระจันทร์เต็มดวงถึงเอ่ยธรรมมั่วออกมาครั้งหนึ่ง (ตาคนขับสามล้อ ได้ไอเดียมาจากหนังสือเรื่องครึ่งทางชีวิต ที่เจ้าหนุ่มคนหนึ่งทิ้งไว้ให้แทนค่าโดยสาร) ในเวลาต่อมาการกระทำมั่วนิ่มหลอกลวงชาวบ้านก็ค่อยๆ แทรกความหมายใหม่ และในที่สุดจากเรื่องชวนหัวเฮฮา ก็กลายเป็นหนังสือเสียดสีสังคม การเมือง ศาสนาชั้นดีเล่มหนึ่งทีเดียว

ประเด็นที่ชอบมากๆ ในลูกสาวฤษีคือบทบาทที่ขัดแย้งกันของวัด ในฐานะที่เป็นสถานศึกษาและเผยแพร่ธรรมมะ และในฐานะที่เป็นแหล่งวัฒนธรรม ลูกสาวเจ้าปัญญาของฤษีในเรื่อง เคยถามพ่อว่าทำไมพระถึงไปอาศัยอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวเล่า ช่างเป็นคำถามแสนซื่อซึ่งชวนให้คนอ่านขบคิดเสียนี่กระไร จริงๆ ตั้งแต่อดีตบทบาทของวัด ก็ไม่ใช่แค่ที่ที่ให้ภิกษุสงฆ์ไปอยู่ แต่ยังรวมไปถึงเป็นพิพิทธภัณฑ์เก็บรักษางานศิลปะ โรงเรียน ศูนย์รวมจิตใจ บางครั้งก็เป็นกระทั้งสภาย่อยๆ และแหล่งจัดงานบันเทิงประจำหมู่บ้าน เพิ่งมาระยะหลังนี่แหละ ที่แนวคิดแบบแยกโบสถ์ แยกเมืองเผยแพร่เข้ามา คนไทยถึงได้เริ่มกระแดะ รู้สึกว่าในวัดต้องมีแต่ต้นไม้ใบหญ้า สะอาดเอี่ยม ไม่ควรจัดงงจัดงาน และห้ามไม่ให้คนนอกเข้ามายุ่มย่าม ยกเว้นเวลาทำบุญ ถ้าคิดแบบนี้กันหมดทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกันเขาจะไปขุดเจดีย์วัดอรุณ หรือแอบยกหลวงพ่อนอนวัดโพธิ ไปตั้งในพิพิทธภัณฑ์แห่งชาติให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

อีกจุดที่ชอบมาก คือตัวละครหัวหน้าหน่วยประท้วงฤษี ซึ่งปากพูดปาวๆ ว่าทำเพื่อปกปักรักษาพุทธศาสนา แต่เบื้องหลังก็เคยเป็นนายหน้าจำหน่าย ถ่ายทำวีดีโอโป๊มาก่อน ที่มาประท้วงก็เพราะจริงๆ มีผลประโยชน์กับนักการเมืองท้องถิ่น พวกปลุกระดมมวลชนที่ชอบแอบอ้างเบื้องสูง มีเบื้องลึก เบื้องหลังแบบนี้ อ่านแล้วอดคิดถึงใครบางคนไม่ได้

ภาษาที่ใช้เขียนลูกสาวฤษีเป็นภาษาง่ายๆ เทียบกับหนังสือชิงซีไรต์เล่มอื่นๆ ก็ไม่ได้สละสลวยอะไรเป็นพิเศษ ชวนให้นึกถึงเรื่องสั้นขายหัวเราะด้วยซ้ำ รู้สึกได้เลยว่าทินกร ใช้เทคนิกการเล่าเรื่องแบบคุณดำรงค์ อารีกุล นักเขียนเสียดสีสังคม ชวนหัวอีกคนซึ่งถือเป็นสุดยอดที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

No comments: