Tear of Butterfly (r.o.d.)


เราเห็นศักยภาพในเรื่องสั้น Tear of Butterfly โดยเฉพาะช่วงไคลแมกซ์ที่ “ฟรอยด์” ได้ใจ ส่วนที่อยากแนะนำให้แก้ไขคือเนื้อหาก่อนหน้านั้น คุณ Shikak น่าจะทบทวนให้กระจ่างว่าต้องการเขียนเรื่องสั้นประเภทไหนกันแน่ เรื่องที่มีเนื้อหาเหนือธรรมชาตินั้น จริงๆ แล้วมีหลากหลายหมวดหมู่ด้วยกัน Tear of Butterfly นี้เราอยากจัดให้มันเป็นเรื่องแนวเหนือจริง (surrealism) เพราะมีการเล่นกับปมทางจิตวิทยา และอ้างอิงทฤษฎีของฟรอยด์ แต่ปัญหาก็คือ วิธีการเล่าเรื่องของคุณ Shikak ยังลักลั่นอยู่ระหว่างความเหนือจริงและความไซไฟ/แฟนตาซี จุดสังเกตง่ายๆ คือ ทัศนียภาพของเรื่องแนวเหนือจริงจะเป็นภาพความฝันหรือความจริงที่มีลักษณะคล้ายความฝัน ส่วนของเรื่องแนวไซไฟ/แฟนตาซีจะเป็นความผิดธรรมชาติ (หรือโลกอนาคต) ที่ถูกสร้างและแต่งเติมรายละเอียดขึ้นมา

ช่วงแรกของเรื่องสั้น เมื่อ “ผม” ตื่นขึ้นมาในปราสาทที่อยู่ใต้การปกครองของศาสตราจารย์ผีเสื้อ ค้นพบเทพธิดาผีเสื้อ และวางแผนช่วยเธอออกมา คุณ Shikak ให้รายละเอียดของฉากและเงื่อนไขชัดเจนมากเกินไป (เช่นเรารู้กระทั่งว่าช่วงเวลาไหนที่ศาสตราจารย์ผีเสื้อจะไม่อยู่ที่ปราสาท และเป็นช่วงที่ “ผม” สามารถออกไปไหนมาไหนได้) อ่านรู้สึกเหมือนกำลังอ่านบทสรุปเกม RPG ซึ่งนี่เป็นลักษณะการเล่าเรื่องแบบแฟนตาซี/ไซไฟ เมื่อถึงช่วงปล่อยหมัดเหนือจริงตอนไคลแมกซ์ เลยฮุคอ่อนกว่าที่มันควรจะเป็น อีกจุดหนึ่งคือชาติกำเนิดของ “ผม” ซึ่งเป็นปมสำคัญที่มีผลต่อตอนท้ายของเรื่อง น่าจะเขียนให้คนอ่านสงสัยหรือขบคิดกับมันมากกว่านี้ เห็นคุณ Shikak เปรยออกมานิดหนึ่งเรื่องพ่อและแม่ แต่ดูผ่านมาผ่านไปเสียมากกว่า

อยากแนะนำให้คุณ Shikak ลองหาผลงานเรื่องสั้นยุคแรกๆ ของคุณทินกร หุตางกูรมาอ่านดู น่าจะช่วยให้เข้าใจความเป็น surreal ขึ้นครับ

สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากคือชื่อ Tear of Butterfly จริงๆ ชื่อภาษาอังกฤษไม่ได้แย่หรอก แต่น่าจะเติม “the” เข้าไปหน้าคำว่าผีเสื้อด้วย เพื่อให้ถูกไวยกรณ์ครับ และจริงๆ ทำน้ำตาให้เป็นพหูพจน์ดีกว่า (ดูตัวอย่างจากชื่อหนัง ฟ้าทะลายโจร ฉบับภาษาอังกฤษก็คือ Tears of the Black Tiger)

1 comment:

shikak said...

ขอบคุณ คุณรักชวนหัวมากครับ สำหรับการวิจารณ์เรื่องแรก ได้เเนวทางในการปรับปรุงหรือเขียนเยอะเลยครับ แล้วจะลองไปหางานของคุณทินกรอ่านดูครับ