O. Pamuk's "Snow"


(ถอนหายใจ)...นึกถึงคำพูดอมตะของนักแกะสลักท่านหนึ่ง (คิดว่าเป็นไมเคิล แองเจโล) ที่บอกว่าเขาไม่ได้แกะหินให้เป็นรูปเป็นร่าง แต่เขาปลดปล่อยรูปสลักนั้นออกจากก้อนหินต่างหาก นี่คือความรู้สึกของเราทันทีที่วาง Snow ลง อยากจะมีลิ่ม และค้อน เอามาตอก ๆ ๆ ๆ ๆ นิยายเล่มนี้ออกไปสักร้อยหน้า ที่เหลืออยู่จะเป็นนิยายที่ดีมากๆ อาจจะถึงขั้นสมบูรณ์แบบเสียด้วยซ้ำ

เราชอบ "ผู้ร้าย" ในนิยายเรื่องนี้มาก ซูเนย์เป็นนักแสดงละครหัวก้าวหน้า เขาและภรรยาเคยตกระกำลำบาก เดินทางไปทั่วตุรกี เพื่อแสดงละครต่อต้านลัทธิคลั่งศาสนา/อนุรักษ์นิยม Snow เปิดเรื่องสมัยที่กลุ่มหัวก้าวหน้าขึ้นมามีอำนาจ ซูเนย์เริ่มมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากขึ้น เมื่อเขาและภรรยาเดินทางมาถึงคาร์สเพื่อแสดงละคร ซูเนย์เกิดความคิดแผลงๆ ที่จะเล่น "ละครปฏิวัติ" (coup de theatre) ซึ่งออกมาสมจริงสมจังเกินกว่าที่หลายคนคาด

ประเด็นนี้เจ๋งมากๆ เป็นการผสานผสานกันระหว่างการเมือง และศาสนา บนเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างละคร และโลกแห่งความจริง เท่าที่อ่านเรื่องย่อนิยายเล่มอื่นของปามุก เหมือนกับผู้เขียนจะชอบเล่นประเด็นนี้อยู่เหมือนกัน

ตัวเอกของนิยายคือคาร์ กวีผู้เกิดในคาร์ส ก่อนย้ายไปอยู่เยอรมัน คาร์เดินทางกลับไปที่คาร์สเพื่อทำข่าวการเลือกตั้งท้องถิ่น และการฆ่าตัวตายของหญิงสาวชาวอิสลาม รวมถึงสานต่อความรักระหว่างตัวเขาและอิเพค หญิงงามท้องถิ่น คาร์เข้าไปพัวพันกับ "ละครปฏิวัติ" ของซูเนย์ และกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญในชะตาชีวิตของชาวเมืองหลายๆ คน

อย่างที่กล่าวไปแล้ว มีนิยายสมบูรณ์แบบเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ใน Snow ปัญหาของมันคือความมั่วสุ่ม เดี๋ยวก็มีคนนู้นคนนี้ผ่านเข้ามา "สนทนา" กับคาร์ Snow เป็นนิยายที่มีบทสนทนาเยอะมาก กระทั่งว่าตัวละครถูกสร้างมาเพื่อนำเสนอความคิดของปามุกเท่านั้น มีอยู่คราวหนึ่งคาร์ถึงกับบ่นออกมาเลยว่า "นี่ผมต้องมานั่งคุยกับคนเพี้ยนๆ ให้หมดทั้งเมืองนี้เลยหรือไง" ตรงนี้ก็ไม่เสียหายหรอก ถ้าปามุกจะจัดลำดับเหตุการณ์ให้ชัดเจนกว่านี้

ความมั่วสุ่มของปามุกสะท้อนออกมาบทสนทนาด้วย สำหรับนักเขียนผู้ชื่นชอบบทสนทนาแล้ว ปามุกมี "หูสำหรับใช้ฟังบทสทนา" (conversation ears) ที่พิลึกมากๆ อยู่ดีๆ ตัวละครก็จะตั้งคำถาม หรือโยงไปหาปรัชญา ศาสนา หรือการเมืองอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาพูดมาก่อนหน้านั้น จะว่าเป็น absurd แบบเบคเกตก็ไม่เชิง น่าจะมาจากความจงใจยัดคำพูดความคิดเข้าปากตัวละครมากกว่า ตัวละครหลายตัวในเรื่องนี้เลยออกมาไม่ค่อยมีชีวิตจิตใจ เหมือนหุ่นกระบอก ที่คนอ่านไม่สนใจว่าจะเป็นตายร้ายหรือดี

เรายอมรับว่าปามุกเป็นนักเขียนที่ชาญฉลาดมากๆ แค่อ่านความคิด (กระจัดกระจาย) ก็พอรู้ว่าสมกับที่ได้รางวัลโนเบล ถึงตอนนี้ก็ยังอยากให้โอกาสปามุกอีกสักเล่มหนึ่ง อาจจะหานิยายสั้นๆ ของเขาอ่าน หรือถ้าเป็นรวมบทความก็คงไม่เลวเหมือนกัน

1 comment:

Anonymous said...

ทำไมเวลาคุณโพสต์เล่มใหม่แต่ละโพสต์
คุณไม่อัพเดทสารบัญไปด้วยอ่ะ?