ทุนนิยมประกันจรรยาบรรณสื่อ


ว่าจะไม่เขียนเรื่องการเมืองแล้ว สาเหตุเพราะต้องการ "รักษาความเป็นกลาง" ดังที่กล่าวไว้ในบลอคคราวก่อน แต่พอเห็นการ์ตูนช่องนี้จากไทยรัฐแล้วอดใจไม่ไหวจริงๆ

"ความจริง...อย่ามองครึ่งเดียว" คำพูดสั้นๆ ที่อยากให้ประทับอยู่ในใจใครหลายคน

ความเด็ดดวงของการ์ตูนช่องนี้คือ "ความกำกวม" ชนิดที่อ่านไม่ออกว่าตกลงผู้วาดเข้าข้างใครกันแน่ เราเห็นมือถือกระดาษสีดำมาปิดกลุ่มพันธมิตร เห็นตำรวจถูกทำร้าย พยายามป้องกันตัวเอง รวมถึงนักการเมืองมาชูป้าย "เสียใจ" ผู้วาดกำลังต้องการบอกอะไร ว่าสื่อกระแสหลัก เอาแต่นำเสนอภาพตำรวจถูกรังแก โดยไม่ยอมมองความชั่วร้ายของเจ้าหน้าที่ หรือต้องการกัดสื่อที่ไม่ยอมเผยให้เห็นความหัวไม้ของกลุ่มเสื้อเหลือง (ดังที่มีกระดาษสีดำมาปิด)

ถ้าประชาชนตระหนักได้ว่าแก่นแท้ของความจริงก็กำกวมเช่นนี้ สถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบันคงบรรเทาลงไปเยอะ

อีกจุดหนึ่งที่อยากพูดถึงคือความรู้สึกที่เรามีต่อสื่อ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สารภาพเลยว่าเราไม่ใช่แฟนหนังสือพิมพ์หัวเขียวฉบับนี้ หลายปีก่อน วันที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เป็นธรรมเนียมว่าเช้าวันแรกเราจะไปตัดผมกับช่างหน้าบ้าน ระหว่างรอ ไม่มีอะไรทำ เลยหยิบไทยรัฐขึ้นมาอ่าน และภาพแรกที่ต้อนรับสายตาเรา หลังจากเท้าเหยียบเมืองไทยไม่ถึงหกชั่วโมงดี คือเด็กประถมยืนแก้ผ้า หันหลัง แอ่นก้น แหกรูทวาร และมีน้ำไหลโจ๊กออกมา (ขออภัยผู้อ่านบลอค) ข้างใต้มีคำบรรยาย "เด็กประหลาด!" ตั้งแต่นั้น ไทยรัฐและเราก็หย่าขาดกันโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม เดือน สองเดือนที่ผ่านมานี้ ไทยรัฐได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับที่ยังรักษาจรรยาบรรณสื่อไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ในแง่การนำเสนอข่าวสองด้าน และความรับผิดชอบต่อสังคม การ์ตูนการเมืองที่ยกมานี้ คือหนึ่งในหลายตัวอย่าง

คุยกับรุ่นน้องในวงการ เธอให้เหตุผลว่าไทยรัฐเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีหุ้นอยู่ในตลาด ดังนั้นจึงต้องรักษาความเป็นกลาง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นพอใจ ซึ่งคำอธิบายตรงนี้ เรารับได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็เถียงเธอในใจว่า เพราะไทยรัฐเป็นหนังสือพิมพ์ "ชาวบ้าน" ที่มียอดขายในต่างจังหวัดสูงต่างหาก ซึ่งผู้อ่าน หรือลูกค้าส่วนใหญ่ยืนอยู่ข้างรัฐบาล

...แต่เดี๋ยวก่อน! แล้วมติชนเล่า หนังสือพิมพ์ซึ่งมีฐานผู้อ่านเป็นคนกรุงเทพ อาจกล่าวได้ว่าไม่มีหนังสือพิมพ์ใดอีกแล้วที่จะ "ชนชั้นกลาง" เท่ามติชน แต่มติชนก็นำเสนอความจริง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อ่าน (ซึ่งเป็นชนชั้นกลาง ชาวกรุงเทพที่เข้าข้างพันธมิตร) ต้องการจะฟัง ถ้ามองว่ามติชนก็มีหุ้นอยู่ในตลาดเหมือนกัน ทฤษฎีของน้องชักจะเข้าเค้า

เราจึงอดไม่ได้จะตั้งคำถามว่า หรือมีแต่ตลาดหุ้น และความซับซ้อนของโครงสร้างผลประโยชน์ (ซึ่งเป็นหัวใจของระบบทุนนิยม) ที่จะรักษาความเป็นประชาธิปไตยของสื่อไว้ได้

พูดถึงหุ้น ถ้าใครยังจำได้ เมื่อสองสามปีที่แล้ว กับคดีแกรมมี(เกือบ)เทคโอเวอร์มติชน แกรมมีนั้น ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นบริษัทซึ่งอิงผลประโยชน์กับอดีตนายกทักษิณ ดังนั้นถ้าพูดถึงเรื่องส่วนตัว คงมีไม่กี่สำนักพิมพ์ที่จะแค้นอดีตนายกเท่ามติชน (เพราะฉะนั้นใครที่บอกว่ามติชนเป็น "ขี้ข้าทักษิณ" หากไม่ใช่เขากำลังจงใจหลอกคุณ ก็ต้องมีมิจฉาทิฐิอย่างร้ายกาจ) กระนั้นมติชนก็ยังรักษาจรรยาบรรณ และความเป็นกลาง สมกับที่คุณเรณูเคยตั้งฉายาไว้ว่า "ก้ำกึ่งรายสัปดาห์" (ซึ่งฟังดูเข้าท่ากว่า "สุดโต่งรายสัปดาห์" เป็นไหนๆ )

ด้วยเหตุนี้ เราถึงกลับมาอ่านไทยรัฐ (และข่าวตำรวจคลั่งเพราะไม่ได้ดูคลิปโฟร์มด) อีกครั้ง ส่วนมติชนก็ยังอ่านต่อไปเรื่อยๆ ส่วนสื่ออื่นๆ ที่นำเสนอความจริงสองด้าน แม้จะไม่ได้กล่าวถึงในบลอคนี้ แต่ก็ขอแสดงความชื่นชมครับ

No comments: