J. Conrad's "Heart of Darkness and Other Stories"


หลังจากได้อ่านมาครบ ตั้งแต่ The Godfather, The Streetcar named Desire, และ Heart of Darkness ขอสรุปตรงนี้แล้วกันว่า บทผู้พันเคิร์ทใน Apocalypse Now คือบทบาทที่เด่นสุดของแบรนโด สาเหตุง่ายๆ คือขณะที่พูโซ และวิลเลียมสร้างตัวละครซึ่ง "หนัก" มาแล้วตั้งแต่แรก (แต่ในแง่หนึ่งไม่ใช่ว่านักแสดงทุกคนจะแบกรับความหนักของตัวละครเหล่านี้ได้) เคิร์ทในฉบับดั้งเดิมของคอนราด เป็นแค่ภาพเงา ผู้พันเคิร์ทแบบที่คนส่วนใหญ่จดจำได้จากภาพยนตร์ คือผลิตผลของแบรนโด และคอปโปลาล้วนๆ

ก่อนจะพูดถึงเคิร์ท ต้องพูดถึงมาร์โลว์ก่อน เพราะจริงๆ แล้ว Heart of Darkness คือการผจญภัยของมาร์โลว์สู่ใจกลางความมืด ส่วนเคิร์ทแค่มีบทบาทท้ายๆ เรื่อง ในแง่หนึ่ง ถ้าให้เลือก เรารู้สึกว่ามาร์โลว์เป็นตัวละครที่น่าสนใจกว่าด้วยซ้ำ (ทั้งในหนังสือ และในภาพยนตร์) ถ้าเคิร์ทคือผู้อยู่ตรง "หัวใจแห่งอนธกาล" มาร์โลว์ดูจะใกล้เคียงกับคนธรรมดามากกว่า คือเดินอยู่ระหว่างแสงสว่าง และความมืด ส่วนความมืดในที่นี้ ถ้าเป็น Apocalypse Now ก็คือความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม ส่วนใน Heart of Darkness คือความป่าเถื่อนของมนุษย์

ประเด็นนี้เองที่นักวิจารณ์หยิบ Heart of Darkness มาพูดถึงได้ไม่รู้จบ คอนราดมีจุดประสงค์ใดในการระบายภาพทวีปแอฟริกาให้ออกมาโหดร้าย เต็มไปด้วยความล้าหลัง เพื่อแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมของคนขาว หรือเพื่อบอกว่าแท้ที่จริง ส่วนลึกของมนุษย์เรามี "หัวใจแห่งอนธกาล" แฝงอยู่ (เพราะเอาเข้าจริงๆ เคิร์ทก็คือความมืดดำของกาฬทวีปที่รวบรวมอยู่ในตัวมนุษย์คนเดียว) หรือถ้าตีกันอย่างเชยๆ ก็คือใครกันแน่ที่ป่าเถื่อน คนขาว หรือคนพื้นเมือง

จำได้ว่าตอนที่ดู Apocalypse Now ฉากที่ติดตรึงเราสุดคือเมืองในป่าของผู้พันเคิร์ท ตอนนั้นงง และแปลกใจมาก ไม่คิดว่าจะมีอะไรแบบนี้อยู่ในหนังสงครามได้ด้วย เหมือนกับหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ในหนังสือ ฉากนี้ก็น่าสนใจดี แทนที่ชาวพื้นเมืองจะปล่อยให้มาร์โลว์เข้าไปหา "ศาสดา" ของเขาอย่างง่ายๆ พวกคนป่าออกมาซุ่มโจมตีเรือ ลูกดอกไม้นับสิบนับร้อยพุ่งเข้าหาเรือเหล็ก ซึ่งปลอดภัยประหนึ่งป้อมลอยน้ำ แต่ในความปลอดภัยนั้น ก็ยังมีความ "โดดเดี่ยว" และตัวขาดตัวเองจากโลกภายนอกอยู่ด้วย เป็นอุปมาอุปมัยที่ได้ผลมากๆ สำหรับโลกยุคใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งพร้อมจะตะครุบตัวเราได้ตลอดเวลา

ระหว่างที่อ่าน Heart of Darkness ก็นึกถึงหนังสือผจญภัยในแอฟริกาอีกสองเล่ม เล่มแรกคือ Congo ของไมเคิล คริชตัน ซึ่งคริชตันเขียนหนังสือเล่มนี้ได้ดีมากๆ เป็นการผสานความลึกลับของวิทยาศาสตร์ เข้ากับการเดินทางสู่ใจกลางความมืด อีกเรื่องคือโดราเอมอนตอนพิเศษ ตลุยทวีปซาวันนา ถ้าใครอ่าน จะจำได้ว่ามีฉากล่องเรืออยู่เหมือนกัน รู้สึกทึ่งว่าอิทธิพลของหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่ง เขียนเมื่อประมาณร้อยปีก่อน สามารถข้ามพ้นขอบขีดวัฒนธรรม และ genre จนถึงปัจจุบันนี้ได้

5 comments:

Anonymous said...

Hi, i read your blog from time to time and i own a similar one and i was just wondering if you get a lot of spam
comments? If so how do you reduce it, any plugin or anything you
can suggest? I get so much lately it's driving me insane so any assistance is very much appreciated.
Feel free to surf my blog ; Mic / Microphone

Anonymous said...

If some one needs expert view about blogging afterward i advise him/her to go to see this blog, Keep
up the good work.
My weblog ... DSL Anbieter

Anonymous said...

Great article! That is the type of information that should be
shared across the net. Disgrace on the seek engines for not positioning this publish upper!

Come on over and seek advice from my web site . Thanks =)

Feel free to visit my blog post gaba

Anonymous said...

If you are going for most excellent contents like
me, only go to see this web page every day because it provides feature contents,
thanks

Also visit my site - Bizarre

Anonymous said...

I like what you guys are up too. This kind of clever work and exposure!
Keep up the very good works guys I've included you guys to my personal blogroll.

My web-site iklan gratis