ราหูอมจันทร์ เพื่อนที่รักกันมากที่สุด (หลายคนเขียน)


ว่าจะไม่เอ่ยถึงแล้ว แต่ก็เอาเสียหน่อย ถือว่าฉลองงาน meeting ราหูอมจันทร์ครั้งที่ 2

ที่ไม่อยากเอ่ยถึง เพราะผิดหวังกับหลายเรื่องสั้นในเล่มนี้ คือถ้าจะให้ด่าเต็มสตรีมละย่อมได้ แต่รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยยังไงไม่รู้ แต่ที่ตัดสินใจจะลงบลอคนี้ เพราะอยากให้กำลังใจผู้ผลิตผลงานดีๆ ซึ่งก็มีอยู่

เริ่มจาก เหตุการณ์ปกติ นามปากกา "ทัศนาวดี" เห็นมาหลายรายการแล้ว ชอบการ foreshadow ในเรื่องนี้ ผู้เขียนสร้างบรรยากาศเหมือนว่าจะมี "เหตุการณ์ไม่ปกติ" เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งท้ายที่สุดเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ต้องไปอ่านกันเอาเอง อีกเรื่องที่ชอบเหมือนกันคือ อวัยวะส่วนตัว เป็นการผสมผสานแนวเสียดสีเข้ากับสัจนิยมมายา ถ้าเป็นสิบปีก่อน คงเฝือพิลึก เพราะสมัยนั้นใครๆ ก็สัจนิยมมายากันทั้งบ้านทั้งเมือง สมัยนี้กลับเป็นแนวเสียดสีที่ออกมาเกร่อตลาดวรรณกรรม คุณกิติวัฒน์ตัดสินใจถูกที่เน้นสัจนิยมมายามากกว่า ที่แปลกใจว่าตัวเองชอบเข้าไปได้ไงคือ ภาพสะท้อน เชยสะบั้นหั่นแหลก แต่ท่าทางคุณกฤติศิลป์รู้ตัวว่ากำลังเขียนเรื่องเชยๆ อยู่ ดังนั้นแม้เนื้อเรื่อง และธีมจะไม่ได้แปลกใหม่ แต่การเล่าอย่างสง่างาม และตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ตัวเองเขียน ก็ช่วยให้เรื่องซ้ำซากน่าอ่านกว่าที่มันควรจะเป็น

ไม่ชอบ ลมใบที่ไร้เสียง แม้ว่ามันจะได้รางวัลก็ตาม อาจเพราะเราไม่ชอบมุราคามิกระมัง เลยรู้สึกว่าการเข้าทรงมุราคามิ เขียนเรื่องสั้นสไตล์หมอ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องเท่ห์ หรือน่าตื่นเต้นตรงไหน เพื่อนบ้าน นี่เกือบจะดีแล้ว แต่เพราะคนเขียนยังติดอยู่กับความเป็นวรรณกรรมเสียดสี สุดท้ายก็เลยเป็นได้แค่เรื่องสั้นตอบสนองความชิงชังส่วนตัว (จริงๆ ก็ส่วนคนไทยแทบทั้งประเทศ) ของ "มึงรู้ไหม พ่อกูเป็นใคร" ที่เล่นกันมาหกสิบล้านเที่ยว เฮ้อ! ถึงกับต้องขึ้นไปเล่นบนอวกาศกันเลยรึ

No comments: