ให้กำลังใจท่านนายกอภิสิทธิ์


เนื่องในโอกาสวันเด็ก (ไม่เกี่ยว) เลยอยากให้กำลังใจท่านนายกเสียหน่อย คุณอภิสิทธิ์ดูจะได้รับแรงกดดันทีเดียว กรณีลอตเตอรีและหวยออนไลน์ เท่าที่อ่านๆ และติดตามกระแส ยังไม่ค่อยเห็นใครออกมาสนับสนุนเลย แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ตาม เราคนหนึ่งละที่ยืนอยู่ข้างเดียวกับคุณอภิสิทธิ์ในเรื่องนี้

ต้องบอกก่อนว่าสักอาทิตย์ที่แล้ว ช่วงที่ประเด็นนี้ยังเป็นแค่ หวยออนไลน์ vs. หวยใต้ดิน เรายังไม่เห็นด้วยกับท่านนายกเท่าไหร่ จนมาวันสองวันก่อน เมื่อนายกอภิสิทธิ์ประกาศกร้าวว่า ที่ตั้งใจจะเลิกไม่ใช่แค่หวยออนไลน์เท่านั้น แต่รวมไปถึงหวยใต้ดิน และเผลอๆ ยาวต่อไปถึงลอตเตอรีด้วย ก็ไม่รู้ว่าเป็นแค่การคุยโวเรียกคะแนนการเมืองหรือไม่ แต่ถ้าคุณอภิสิทธิ์ตั้งใจเช่นนั้นจริงๆ เราขอปรบมือชื่นชม

สังคมไทยนั้นแปลก (หรือไม่ก็เป็นเราเองที่ประหลาด) เรื่องอะไรที่มันสีเทาๆ เช่นปราสาทเขาวิหาร ทุนนิยม เราก็มักจะเอาสีดำไปป้าย ทำให้มันเป็นผิด เป็นถูกขึ้นมา แต่ทีเรื่องที่เป็นสีดำ ตั้งแต่ดำคล้ำไปจนถึงดำสนิท เรากลับพยายามบอกว่ามันเป็นสีเทา ที่ดำสนิทอย่างรัฐประหาร หรือบุหรี่ (เคยเขียนถึงนิยายน่าเศร้าที่สนับสนุนให้คนสูบบุหรี่แต่ต่อต้านทุนนิยมไปแล้ว) จนถึงดำคล้ำหน่อย พวกสุรายาเมา และตั้งแต่ขึ้นปี 2553 มานี้ประเด็นสีดำคล้ำอย่างลอตเตอรีก็ดูเหมือนจะถูกทาให้เป็นสีเทาไปด้วย

เรายังไม่เคยอ่านเหตุผล หรือคำแก้ตัวเข้าท่าๆ เลยว่า นอกจากผลประโยชน์ด้านเงินคงคลัง ลอตเตอรีมันมีผลดีอย่างไรกับประชาชน อย่างมากก็พูดกันแค่ว่าลอตเตอรีคือความหวังของคนจนๆ ที่จะยกระดับฐานะตัวเองขึ้นมา แต่ก็ชัดเจนอีกเช่นกันว่านั่นคือความหวังลมๆ แล้งๆ สักหยิบมือที่ร่ำรวยขึ้นมาได้ด้วยลอตเตอรี แต่สักกี่หมื่นพันที่สิ้นเนื้อประดาตัว ยังไม่นับอีกว่า การพนันขันต่อคือที่มาของความเชื่อไสยศาสตร์งมงาย และเป็นการบิดเบือนบทบาทหน้าที่ของภิกษุสงฆ์ (จากที่ควรประกอบธรรมกิจ หรือพัฒนาชุมชน ก็กลายเป็นว่าพระอาจารย์ที่ดีต้องใบ้หวยแม่นด้วย) ฉะนั้น ต่อให้เป็นการทำลายความหวัง (ลมๆ แล้งๆ ) ต่อให้รัฐบาลยังไม่มีนโยบายอื่นใดมาช่วยยกระดับฐานะ หวยทั้งบนดินและใต้ดินก็คือสิ่งผิด สิ่งที่สมควรจะถูกยกเลิกอยู่นั่นเอง

เราเป็นคนชอบมองอะไรเป็นสีเทาก็จริง แต่นานๆ ที (ขอย้ำว่านานๆ ที) โลกเราก็มีอะไรสีขาว สีดำอยู่เหมือนกัน เช่นนี้แล้ว เราจะเมินเฉยมันไปก็คงน่าเสียดาย ของสีขาว (เช่นหนังสือ) ก็ควรสนับสนุนอย่างเต็มที่ ของสีดำ (เช่นลอตเตอรี) ก็สมควรยกเลิกหรือควบคุมเสีย ส่วนไอ้ที่มันสีเทาของมันอยู่ดีๆ ไม่ต้องไปพยายามทาดำทาขาวมันก็ได้นะ จริงไหม

4 comments:

Anonymous said...

แหม... ผมเห็นขึ้นรูปหน้านายกอภิสิทธิ์ แล้วก็ขึ้นต้นประโยคมาว่าวันนี้วันเด็ก ผมก็นึกว่าคุณรักชวนหัวจะชวนคุยเรื่องวัน (ที่ทำให้เจ้าจงเป็น)เด็ก และคำขวัญวัน(ที่ทำให้เจ้าจงเป็น)เด็กประจำปีของนายกรัฐมนตรีเสียอีก

คำขวัญปีนี้ "คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม" เป็นไงคับ ก็ไม่ได้แตกต่างมากมายจากปีอื่นๆ ที่ยัดเยียดความเป็นเด็กในแบบที่รัฐต้องการ ตั้งมาตรฐานความเป็นเด็กที่ดีของชาติ ย้ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อปี เป็นสิ่งที่แทนอุดมการณ์ชาติมาตั้งแต่จอมพลแปลก จอมพลสฤษดิ์ และต่อไปก็คงเป็นจอมพลเปรม (อุ้บส์) เราไม่เคยเห็นว่าวันเด็กที่ผ่านมาจะได้สร้างสรรค์อะไรให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาเลย วันเด็กควรจะเป็นวันที่รัฐเอย พ่อแม่เอย ลดละปล่อยวางอำนาจของตัวเองลง และให้สิทธิในการคิดค้น หรือเสนอแนะความเป็นตัวตนที่เปลี่ยนไปทุกๆ ปี ของเด็ก ให้เค้าได้แสดงออกบอกเล่ามามากกว่าที่จะต้องมาทนท่องคำขวัญปัญญาอ่อนนี่ตลอด

วันเด็กควรจะได้ชื่อว่าเป็น Children day นะครับไม่ใช่ Chidish day แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คุณรักชวนหัวว่ามั้ย

ผมมาบ่นเฉยๆ คับ ไม่เกี่ยวกะเรื่องหวยเท่าไหร่ เรื่องหวยผมเห็นด้วยคับ ยกเลิกไปเลย ผู้ใหญ่จะมาสอนเด็กได้ยังไงคับ ถ้ายังรู้ว่าอะไรไม่ดีแต่ก็เก็บไว้ ถ้างั้น เด็ก (โข่ง) อย่างผมขอฝากคำขวัญในวันผู้ (อยาก)ใหญ่ ปีนี้นะครับ "คิดเสแสร้ง แกล้งทำรู้ เชิดชูการพนัน"

ราตรีสวัสดิ์ครับ ~ จรณ์

B. said...

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการมีหวยอยู่แล้ว ถึงแม้ตัวเองจะเคยซื้อเสี่ยงโชคแบบขำๆ เหมือนเวลากินอาหารขยะแบบขำๆ หรือเสพสื่อไร้สาระแบบขำๆ เรียกว่า มีแต่เสียมากกว่าได้ แต่ก็ทำไปขำๆ

เชื่อว่า ก็คงมีคนออกมาโวย ว่าเป็นสิทธิ์ที่พึงทำได้ใช่มั้ย ในฐานะที่เป็นประชาชน ย่อมมีสิทธิ์ในการเลือกเสพ จะมาจำกัดริดรอนสิทธิเขาได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น หวยควรจะจัดเรต ดีมั้ย อายุเท่านั้นเท่านี้ ห้ามซื้อ???

คำขวัญวันเด็ก "คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม"
ฟังดูเชยสิ้นดี แต่ส่วนตัวคิดว่า ในเนื้อหา ยังใช้ได้อยู่
และไม่ใช่แค่เด็ก แต่เป็นผู้ใหญ่ด้วย ที่ควรจะทำให้ได้ถึงจุดนั้น
เพราะ ณ จุดนี้ คำว่า "คุณธรรม" ช่างฟังแล้วจั๊กจี๊หัวใจผู้ใหญ่กันเหลือเกิน
เป็นคำที่ถูกปู้ยี่ปู้ยำจนไม่เหลือคุณค่าอะไรอีกแล้ว
เรียกว่า อะไรที่เป็นคุณธรรม ขอยี้ไว้ก่อน

คล้ายๆกับ "คำขวัญ" ที่เหมือนจะมีไปก็เท่านั้นแหละ เป็นของตายๆ ที่ดูจะมีเอาไว้ให้คนหัวเราะเล่น มากกว่าจะเอามาพิจารณาเป็นจริงเป็นจัง

น่าเสียดายเนอะ...

พูดถึงคำขวัญ อันที่เด็ดที่สุดที่เราเคยพานพบมาในชีวิต ยังคงเป็นคำขวัญของโรงเรียนสาธิตปทุมวัน ที่ยังทันสมัยและใช้ได้ในทุกกาล ทั้งแง่มุมตรง และแง่มุมย้อนแยงตลบแตลง

"สมรรถภาพในการปรับตัว คือความสำเร็จของชีวิต"

เป็นคำขวัญสำหรับเด็กที่เปรี้ยวโคตรพ่อ...

Jon Sangkhamanee said...
This comment has been removed by the author.
Anonymous said...

โหคำขวัญสาธิตปทุมวันนี่ Darwinian มากเลยนะคับ