ค่ามอเตอร์ไซด์


เมื่อเช้าเกิดเหตุการณ์ซึ่งกระทบจิตใจเราพอสมควร อยากเอามาเล่าให้ฟังเป็นอุธาหรณ์

เรานั่งมอเตอร์ไซค์จากหน้าปากซอยบ้านไปร้านกาแฟที่ทานเป็นประจำในราคา 20 บาท สองชั่วโมงผ่านไป ตอนจะกลับบ้านปรากฎว่าวินมอเตอร์ไซค์เล็กๆ ตรงร้านกาแฟว่างเปล่า ระหว่างที่กำลังงงๆ อยู่ว่าจะเอายังไงดี เหลือบไปเห็นพี่มอเตอร์ไซค์จอดส่งผู้โดยสาร ธรรมดาแล้วมอเตอร์ไซค์จะไม่ค่อยรับผู้โดยสารนอกวิน แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เราก็เลยเสี่ยงโบกมือเรียกเขา ซึ่งเขาก็จอดรับแต่โดยดี พอขับมาถึงปากซอยบ้านเรา เราก็ยื่นเงินให้เขาไป 20 บาท แต่พี่มอเตอร์ไซค์บอกว่าค่าโดยสาร 30 บาทครับ

เป็นเรื่องแล้วไง ตอนนั้นในกระเป๋าเราไม่มีเศษเงินเหลือเลย เราบอกว่าธรรมดานั่งมาแค่ 20 บาทเอง เขาก็ยังยืนยันว่าค่าโดยสาร 30 บาท พอเราเปิดกระเป๋าให้เขาดูว่าเราไม่มีเงินแล้ว ซ้ำยังชี้ไปที่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย บอกว่าเมื่อเช้านั่งจากวินนี้ก็แค่ 20 บาทเอง เขาก็ยังยืนกรานว่ามันต้องราคา 30 บาท สุดท้ายเขาก็พูดทำนองว่า ทีหลังจำไว้แล้วกันว่าจากตรงนั้นมาตรงนี้ราคา 30 บาท

อารามเราได้ยินอย่างนั้นก็ของขึ้นได้เหมือนกัน ก็เรานั่งของเราทุกวันแค่ 20 บาทนี่หว่า เราก็เลยทำตาแข็งๆ ทำเสียงดุๆ แล้วบอกเขาไปว่า “มันราคา 20 บาทครับ” แล้วก็เดินออกมาด้วยความโมโห

เหตุการณ์จริงๆ จบแค่นั้น แต่พอผ่านไปไม่กี่วินาทีก็เริ่มสำนึกผิดได้ ถ้าจากมุมมองของเขาแล้ว มอเตอร์ไซค์ไม่เหมือนแท็กซี คือธรรมดาจะจอดรับผู้โดยสารนอกวินตามใจชอบไม่ได้ พอส่งใครเสร็จ ก็ต้องขับกลับไปที่วินของตัวเอง ท่าทางพี่มอเตอร์ไซค์คนนั้นจะขับมาจากสุดถนนอีกด้านหนึ่ง ถ้าจะให้ขับกลับไปโดยไม่ได้รับผู้โดยสารเลย ก็ถือว่าเปลืองน้ำมันกว่าปรกติ ดังนั้นก็พอเข้าใจได้เหมือนกันทำไมเขาถึงต้องเก็บแพงกว่ามอเตอร์ไซค์จากปากซอยบ้านเรา คิดอย่างนี้แล้วก็รู้สึกละอายที่ไปทำเสียงดุๆ ใส่เขา (ก็ยังดีที่อุตส่าห์ใส่คำว่า “ครับ” ลงไปด้วย)

แต่ถ้ามองในทางกลับกัน เราถามตัวเอง ชีวิตนี้เกิดมา มีเหตุการณ์ตั้งไม่รู้เท่าไหร่ที่เรารู้สึกว่าตัวเองโดนเอารัดเอาเปรียบ แล้วเราก็ปล่อยอีกฝ่ายให้ลอยนวลโดยไม่ทำอะไรเลย ถ้าเกิดเราขอโทษขอโพยเขา หรือว่าในกระเป๋ามีเศษ 10 บาทแล้วยื่นส่งให้เขาไปจริงๆ เราจะไม่มานึกเจ็บใจตัวเองภายหลังหรืออย่างไร (มิหนำซ้ำ เขาจะมารู้ราคาเส้นทางนี้ดีเท่าเราได้อย่างไร ในเมื่อเรานั่งของเราทุกวัน เราก็ย่อมมีสิทธิที่จะยืนยันราคาของเราเอง)

สรุปคือไม่ว่าเราจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เรื่องนี้ก็คงจบลงที่ความหงุดหงิดของทั้งสองฝ่าย ทันทีที่ความรู้สึก “โกรธ” มันผุดขึ้นมาในใจเราแล้ว ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็คงลงเอยที่ความหมองหม่นของใจเรานี่เอง พระท่านถึงได้สอนว่าคนเราต้องรักษาความบริสุทธิ์กันตั้งแต่มโนกรรม ไม่ใช่จะระวังแต่กายกรรมเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายนี้อยากขอโทษพี่มอเตอร์ไซค์ ผมก็ยังคงยืนยันน่ะแหละว่าค่าโดยสารมันแค่ 20 บาทเท่านั้น แต่มันเป็นความโชคร้ายของผมและพี่เองที่ต้องมาติดในสถานการณ์ที่ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกเช่นนี้ พี่อุตส่าห์มีน้ำใจจอดรถรับผมนอกวิน ก็ขอบคุณครับ หวังว่าพี่คงไม่อารมณ์เสียจนพลั้งเผลอเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานะ อย่างไรก็อโหสิให้ด้วยแล้วกัน

1 comment:

Anonymous said...

สปช. ว่าด้วนวินมอเตอร์ไซค์
1.ซ.สุขุมวิท23 มีราคานศ.กับราคาชาวต่าชาติ
2.จากแถวทางรถไฟอโศกไปซอยข้างจักษุรัตนิน 30 บาท ระยะ = 1 ป้ายรถเมล์ แต่จากอู่ขสมกรังสิตไปเวิร์คพอยด์ระยะทางยาวกว่านี้ 3 เท่า 20 บาท
3.ซอยหนึ่งในเขตห้วยขวา อัตราออกซอยกับเข้าซอยณ จุดเดียวกันไม่เท่ากัน และวินที่ห่างกันเพียง 10 เมตรมีผลต่างของค่าโดยสารราว 3 บาท