"ผมก็ไม่รู้จักเธอเหมือนกัน ที่แห่งนี้ เราต่างเป็นคนแปลกหน้า"


วันนี้ไปชมงานแสดงภาพวาดระบายสีของเอดเวิร์ด ฮอปเปอร์มาครับ ตลกใจอยู่เหมือนกันที่ฮอปเปอร์เป็นศิลปินชาวอเมริกันแท้ๆ แต่เราต้องมาชมงานเขาถึงที่ฮัมบูรก์ ล่าสุดถ้าใครได้ดูการ์ตูนเรื่อง Bolt งาน art direction ในการ์ตูนเรื่องนั้นก็ได้อิทธิพลจากภาพวาดของฮอปเปอร์นี่เอง

เรารู้จักงานของฮอปเปอร์ครั้งแรกจากละครเวทีเรื่อง Nighthawk ซึ่งสร้างมาจากภาพวาดที่โด่งดังสุดของเขา เป็นละครที่ล้มเหลวตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มเล่นกันเลยทีเดียว ถามว่าทำไมถึงล้มเหลว ลองพิจารณารูปที่เรายกตัวอย่างมาข้างบน มองมันนานๆ มองให้เห็นถึงความสวยงาม และความเปลี่ยวเหงา แล้วจินตนาการดูว่า เกิดสามคนที่อยู่ในรูปนี้เป็นนักแสดงบทเวที และสิ่งแรกที่แม่สาวผมทองทำคือวางหนังสือลง เดินไปจิ๊จ๊ะๆ กับหญิงวัยกลางในชุดสีแดง จบ จบทันที

เราขอจำกัดนิยามภาพวาดของฮอปเปอร์ว่าเป็น "ผลงานของคนแปลกหน้า" ผู้คนที่ปรากฎในภาพต่างเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน เสน่ห์ของผลงานจึงอยู่ตรง ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลให้ต้องมาใช้เวลานั่งเบื่อในห้องลอบบี้ของโรงแรม ถ้าเกิดว่าทั้งสามรู้จักกัน ความแปลกหน้าก็ถูกทำลาย และเสน่ห์ของภาพก็หายไปเท่านั้น


ฮอปเปอร์เป็นศิลปินอเมริกันซึ่งโด่งดังในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ยุคเดียวกับที่อาเธอร์ มิลเลอร์ เขียน Death of the Saleman เป็นยุคที่ความฝันแบบอเมริกันมาได้ด้วยการเดินทาง ข้างบนนี่คือภาพวาดตัวเองของฮอปเปอร์ที่เราชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า การแต่งตัว หรือฉากหลัง บ่งบอกให้รู้ว่าคนคนนี้กำลังจะไปที่ไหนสักแห่ง น่าจะเป็นการเดินทางไกลด้วย และนี่เป็นการมองมาทางพวกเราครั้งสุดท้าย ในชีวิตจริง ฮอปเปอร์เดินทางไปทั่วประเทศอเมริกาเพื่อสำรวจ หาสถานที่ใหม่ๆ มาบรรจุลงผืนผ้าใบ (และเพราะมี "การเดินทาง" เป็นธีมนี่ละมั้ง เขาถึงเหมาะเป็นแรงบันดาลใจให้ Bolt เรื่องของน้องหมาที่ถูกแยกจากเจ้าของ)

ภาพวาดของฮอปเปอร์จึงเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกหน้า และแปลกถิ่น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างตัวศิลปินเอง กับสิ่งที่เขาวาด หรือกับผู้ชมที่มองภาพ ในภาพวาดทั่วไป ผู้ชมรู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างตัวศิลปิน และผู้ถูกวาด ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีแหละ เพราะภาพวาดไม่ใช่ภาพถ่ายที่กดฉับๆ แล้วจะมีรูปออกมาได้ บางทีก็ต้องยืนโพส นั่งโพส หรือแก้ผ้ากันเป็นวัน สิ่งเหล่านี้ไม่ปรากฎในผืนผ้าใบของฮอปเปอร์


ภาพข้างบนคือที่เราชอบสุดของวันนี้ สังเกตว่าตัวผู้หญิงเสื้อแดงไม่แม้แต่ออกมายืนบนระเบียง เธอหลบอยู่หลังประตู เหมือนจะบอกว่า เธอเองก็ไม่ไว้วางใจศิลปิน ซึ่งน่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาชั่ววูบ ทุ่งหญ้าลู่ลมไหวสีเหลืองจางๆ ที่อยู่เบื้องหลัง ชักชวนให้เรารู้สึกเหมือนนกไร้รังที่ต้องย่ำเท้าต่อไปเรื่อยๆ ตามถนนไม่มีสิ้นสุด

รูปเหงาๆ ของฮอปเปอร์เหมาะกับคนไกลบ้านอย่างเรามากๆ แต่ขณะเดียวกัน ระหว่างที่ชมก็รู้สึกอุ่นใจบางอย่าง เหมือนมีมือใหญ่ๆ มาตบบนบ่า พอหันไปมอง ฮอปเปอร์ยิ้มให้เราแล้วพูดว่า "I don't know her either. We're both strangers here."

1 comment:

simplyme said...

I love Hopper's work too.. Saw his work for the first time at that Art Institute in Chicago.. His architecture work is great too.. but not as famous as his stranger work, I guess