ตึงไป หย่อนไป


เพิ่งอ่านและผิดหวังกับนิยายเพื่อชีวิตเล่มหนึ่ง ท่ามกลางจุดเด่นและจุดด้อย ข้อเสียอย่างรุนแรงสุดของมันคือการปฏิเสธประวัติศาสตร์ ซึ่งจริงๆ ก็เป็นเรื่องปรกติสำหรับแวดวงวรรณกรรมไทย แต่ที่ความล้มเหลวนี้มัน spectacular เอามากๆ เพราะคนเขียนตั้งใจให้ผลงานชิ้นนี้เป็นปากเป็นเสียงให้กับประวัติศาสตร์ (มีการกล่าวโทษนักการเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ และคนรุ่นใหม่ที่บิดเบือนหรือไม่สนใจประวัติศาสตร์) จนเราอดคิดไม่ได้ หรือว่าบางที ภายใต้กรอบเพื่อชีวิต นิยายประวัติศาสตร์ดีๆ ไม่อาจถูกเขียนขึ้นมาได้

เป็นความไร้เดียงสามากๆ ถ้าเราเชื่อว่าการบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพียงแค่เกิดจากอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งออกมาพูดว่า "เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มีผู้เสียชีวิตแค่คนเดียว" (และเมื่อพูดเสร็จก็โดนคนด่ากันทั้งเมือง) โดยไม่สนใจเลยว่าพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของวรรณกรรมเพื่อชีวิตมากี่ทศวรรษแล้ว

ทีแรกตั้งใจจะวิเคราะห์ประเด็นนี้ยาวๆ แต่ขี้เกียจ (เพราะเขียนถึงออกจะบ่อย) นักเขียนไทยชอบมองเหตุการณ์ดังกล่าวแยกเฉพาะบริบทของเมืองไทย ทั้งที่จริงๆ นี่คือปรากฏการณ์ระดับโลกซึ่งสัมพันธ์กันมายาวนานตั้งแต่ยุโรปสมัยศตวรรษที่ 18-19 ถ้ายังมองไม่เห็นภาพรวม ประวัติศาสตร์ของเราก็จะเป็นเพียงการบิดเบือนในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

ถ้ารักจะเขียนนิยายประวัติศาสตร์สักเล่ม ก่อนอื่นลองปลดรูปจิตร ภูมิศักดิ์บนหิ้งพระคุณลงมา ถุยน้ำลายรดสักรอบ (แล้วเช็ดฝุ่นให้สะอาด) บางทีอาจจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้นก็ได้

1 comment:

Anonymous said...

หกตุลาคมครับ ไม่ใช่สิบหก

ด้วยรัก