รัก (ชวนหัว) จัดหนัก

ภาพยนตร์สั้นทั้งสามเรื่องของ รักจัดหนัก "มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน" พูดแบบนี้ก็เหมือนกวนบาทาเพราะอะไรในโลกนี้บ้าง (วะ) ที่ไม่ได้ "มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน"

แต่ "การมีจุดแข็งและจุดอ่อน" ของ รักจัดหนัก มันมีทั้ง "จุดแข็งและจุดอ่อน" ในตัวมันเองด้วย (เริ่มงงแล้วใช่ไหม) จุดอ่อนของ "การมีจุดแข็งและจุดอ่อน" คือไม่มีเรื่องไหนที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าสมบูรณ์แบบ แต่จุดแข็งคือ เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ ensemble หลายๆ เรื่อง การที่ไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ กลับกลายเป็นว่าแต่ละเรื่องช่วยๆ กันพยุงทั้ง ensemble เอาไว้ได้ (ไม่เหมือน Tokyo ที่อีกสองเรื่องรวมหัวกันฆ่า Merde ทั้งที่โดยตัวมันเองก็ไม่ได้ดิบดีอะไร)

เรื่องที่ชอบที่สุดคือ เป็นแม่ เป็นเมีย เราชอบหนังแบบนี้ ที่ใช้พื้นที่จำกัดจำเขี่ย และสถาปนาพื้นที่นั้นอย่างเฉียบคม เหมือนละครเวที ผู้กำกับเล่าเรื่องได้กระชับ หนังดู "หลุด concept" จากเรื่องอื่น วัยรุ่นหญิงในเรื่องนี้ไม่ได้แยแสกับการตั้งครรภ์ เท่ากับการที่ตัวเองอ้วนขึ้น และไม่ได้ไปประกวดเอเอฟ ฝ่ายตัวละครชาย ก็ยอมมาอยู่กิน ช่วยงานในบ้าน และแสดงความรับผิดชอบในระดับหนึ่ง แม้จะร่วมหัวจมท้ายกลายเป็นฮิคิโคโมริกันสองคนผัวเมียก็ตาม

ความโป๊งชึ่ง ฉิบหายๆ ของครอบครัวนางเอก เหมือนผู้กำกับเอา Interior Design กับ Shaking Tokyo มารวมกัน ทำให้ดูสนุกแบบเหนือจริงดี แต่ก็เพราะความฉิบหายๆ นี่แหละ มันถึงออกมาจริงใจน้อยกว่าเรื่องอื่น เราจับจริตของหนังสั้นอินดี้จากมันได้มากทีเดียว ดังนั้นถึงมันจะเป็นเรื่องที่ลงตัวสุด -- ธีมไปกันได้ดีกับวิธีนำเสนอ และรูปแบบของภาพยนตร์สั้น -- เรากลับไม่อาจชอบมันได้อย่างเต็มตื้น

ชอบรองลงมาคือ ทอมแฮงส์ (ซึ่งตรงข้ามกับ เป็นแม่ เป็นเมีย โดยสิ้นเชิง เพราะเรื่องนี้ลำดับเรื่องได้กระโดกกระเดกที่สุด) เด่นสุดอยู่ที่ตัวละคร ทีมงานผูกความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครต่างๆ ได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นนางเอก ทอม ศูนย์กลางของเรื่อง แฟนรุ่นน้อง เพื่อนรักของเธอ และแฟนของเพื่อนอีกที จนถึงตัวละครแม่ และ "ราฟฟี่ อยากจะมียูเอฟโอ" ดาราทุกคนเล่นได้ขยี้ แต่จริงใจ เป็นเรื่องที่มีศักยภาพในการขยับขยายออกมาเป็นหนังใหญ่มาก อีกจุดที่น่าสนใจคือ มันจำกัดการมองสถานการณ์เฉพาะจากตัวละครฝ่ายหญิง -- ทำให้เราแอบหวังว่า ไปเสม็ด น่าจะใช้ approach คล้ายๆ กัน คือมองเฉพาะฝ่ายผู้ชายบ้าง -- เพราะศักยภาพตรงนี้ เลยอดเสียดายไม่ได้ที่หนังจบลงแค่ตรงนั้น ในเวลาเท่านั้น

ชอบน้อยที่สุดคือ ไปเสม็ด แต่ในความชอบน้อยที่สุด ก็มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้กำกับและทีมงานอยู่ด้วย ในสามเรื่อง เราว่าเรื่องนี้ท้าทายที่สุดในการสร้าง เพราะตัวเรื่องค่อนข้างเชย ลำดับเรื่อง หนึ่ง สอง สาม สี่ คาดเดาได้ไม่ยาก ตัดสินกันจึงอยู่ที่รายละเอียดการแสดง และการกำกับล้วนๆ ถามว่าสอบผ่านไหม ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าสอบผ่าน แต่เรื่องนี้เรียกร้องฝีมือระดับที่มากกว่าสอบผ่านนัก

No comments: