เขาพระวิหาร: ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม (หลายคนเขียน)


กราบเรียนท่านผู้ใหญ่ที่มีอายุอยู่ในช่วงปีพ.ศ. 2500-2505

ตั้งแต่เราจำความได้ พอถามแม่ถึงเขาพระวิหาร แม่พูดทำนองว่า "เขมรมันเอาของไทยไปน่ะ น่าเจ็บใจจริงๆ " ด้วยอาการหมั่นไส้เล็กๆ แต่ไม่ถึงกับตีโพยตีพาย

ครบขวบปีนี้เราอายุเกือบๆ สามสิบแล้ว เรียกได้ว่าตั้งแต่ลืมตามาดูโลก เขาพระวิหารก็กลายเป็นสมบัติของเขมร ตลอดช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา ชีวิตสงบสุข เรียนใช้ได้ หน้าที่การงานพอไหว เป็นพลเมืองดีระดับหนึ่งของชาติ ไม่ก่อความวุ่นวาย หาความสุขตามมีตามเกิด ไม่ใช่คนชอบเที่ยว แต่ก็สนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี มีความใฝ่ฝันอยากไปเยือนสถานที่สำคัญในภาคอีสาน

เกริ่นมาหยาวเหยียด ขอพูดตรงๆ เลยว่าการไม่มีเขาพระวิหารในประเทศไทย ไม่หนักหัวเด็กรุ่นใหม่อย่างเราแม้แต่น้อย

สิ่งที่หนักหัวเด็กรุ่นใหม่อย่างเราคือสภาพกองทัพไทยเขมรเตรียมห่ำหั่นกั่น ความไร้เสถียรภาพของการเมืองภายในประเทศ และคนพาลที่คอยราวีสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านชาวช่อง ไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยกับเขมร หรือพวกล่าอาณานิคม แต่อยากกราบเรียนถามท่านผู้ใหญ่ว่าศักดิ์ศรีของชาติ มันค้ำคอขนาดนั้นเลยหรือ ยกทหารไปชิงเขาพระวิหารเสร็จแล้ว ยกทัพไปถล่มร่างกุ้ง แก้แค้นให้บรรพบุรุษด้วยดีไหม ก่อนจะกลัวเสียอำนาจอธิปไตยให้ชาวต่างชาติ ลองมาพิจารณากันดีกว่าว่าอำนาจอธิปไตยในบ้านเมืองเรามันถูกสั่นคลอนเพราะคนพาลไปสักแค่ไหนแล้ว

ทำใจให้สงบแล้วมาปัดเส้นผมที่บังตากันอยู่ดีไหมครับ

หมายเหตุ: โพสต์นี้ไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไหร่กับ เขาพระวิหาร: ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม ซึ่งเป็นหนังสือที่ดีมากๆ เราใช้เป็นพื้นความรู้ ในการโต้ตอบกับกระแสความคิดหนึ่ง ซึ่งกำลังสป๊าคอยู่ในขณะนี้

7 comments:

คนรุ่นใหม่หัวกลวงคนเดิม said...

การที่เรื่องบางเรื่อง เช่นเดียวกับเรื่องอีกเป็นล้านๆเรื่อง ไม่หนักหัวเด็กรุ่นใหม่แม้แต่น้อย

ไม่ได้หมายความว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องเสมอไป

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ศักดิ์ศรีหรือชาตินิยม
อันเป็นประเด็นที่"คนรุ่นใหม่"ทั่วไป ทนไม่ได้ ฟังแล้วคัน ต้องออกมาโวยวาย คนรุ่นใหม่เลยต่อต้านไว้ก่อน

แท้จริง มันมีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ ทั้งของบางบุคคล
และของประเทศในระยะยาวอีก ที่ต้องเอามาพูดถึง

เรื่องชาตินิยม มันเป็นแค่ตุ๊กตา ที่เอาไว้ปั่นหัวคน สร้างกระแส เพราะมันปั่นง่าย

แต่ถ้าคนรุ่นใหม่ จะมองแค่เรื่องชาตินิยม แล้วยังพาลไปว่า งี้ไปแก้แค้นให้บรรพบุรุษมันทุกเรื่องเลยดีมั้ย โดยไม่มองกว้างๆละเอียดถึงด้านอื่นด้วย

ก็ต้องเรียกว่า โดนปั่นหัวเอาง่ายๆอีกเหมือนกัน

laughable-loves said...

"เรื่องชาตินิยม มันเป็นแค่ตุ๊กตา ที่เอาไว้ปั่นหัวคน สร้างกระแส เพราะมันปั่นง่าย"

บอกตรงๆ ครับว่ารับไม่ได้ เพื่อจุดประสงค์ (ซึ่งอาจจะดี หรือไม่ดี) มันถูกแล้วหรือที่คนกลุ่มหนึ่งจะยกตุ๊กตาขึ้นมาปั่นหัว (หลอกลวง) คนส่วนใหญ่ในสังคม (ซึ่งพูดตามตรง นั่นคือสิ่งที่พวกเขากระทำมาตลอดช่วงสอง สามปีให้หลัง) กระบวนการคิดแบบ the end justifies the mean. แบบนี้มิใช่หรือที่เป็นรากฐานนโยบาย "ฆ่าตัดตอน" ของอดีตนายกที่คนเหล่านี้เกลียดกันนักหนา

คนรุ่นใหม่หัวกลวงคนเดิม said...

ไม่แปลกครับที่ไม่ชอบ ผมก็ไม่ชอบ
และไม่มีใครที่มีสติปัญญาชอบหรอกครับ

แต่ถ้าการไม่ชอบ mean แล้วพาลโทษไปถึง end ด้วย

อันนี้ก็ไม่ถูกต้องเหมือนกันครับ

laughable-loves said...

ขอทบทวนจุดยืนอีกครั้งแล้วกันครับ

คงต้องขึ้นกับว่าอะไรคือ end "ผลประโยชน์ระยะยาวของชาติ" หรือ "การได้เขาพระวิหารคืนมา" ผมชอบ end ตัวแรกครับ และผมคิดว่า end ตัวหลังแคบเกินไป

ชอบที่บอกว่า "ไม่มีใครที่มีสติปัญญาชอบหรอกครับ" ไม่คิดบ้างหรือครับว่าประเทศไทยถูกทำร้ายเพราะ "ความไร้สติปัญญา" นี้มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การที่คนหมู่มากเชิดชูมายาคติเช่น "ศักดิ์ศรี" หรือ "ชาตินิยม" และพร้อมจะออกมาเดินขบวนขับไล่ผู้มีอำนาจด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย

ถ้ากระบวนการเอาเขาพระวิหารคืนมา ผ่านการยื่นเรื่องต่อศาลโลกตามทำนองคลองธรรม หรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การปลุกปั่นทางการเมือง ผมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ แต่ ณ บัดนี้ ผมคิดว่าการเมืองไทยอยู่ในสภาพ "ไร้สติปัญญา" เกินพอแล้ว

คนรุ่นใหม่หัวกลวงคนเดิม said...

"ถ้ากระบวนการเอาเขาพระวิหารคืนมา ผ่านการยื่นเรื่องต่อศาลโลกตามทำนองคลองธรรม"

เขาก็ทำกันอยู่ไม่ใช่เหรอครับ
แต่ไม่เห็นคุณจะพูดถึง

และดีที่คุณได้ย้ำจุดยืนของคุณ
เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจจุดยืนของคุณเท่าไหร่
กับประโยคตัวหนาในโพสต์ของคุณที่ว่า

"การไม่มีเขาพระวิหารในประเทศไทย ไม่หนักหัวเด็กรุ่นใหม่อย่างเราแม้แต่น้อย"

ฟังดูไม่ค่อยค่อยจะสอดคล้อง
กับจุดยืนที่ย้ำมาใหม่เท่าไหร่

laughable-loves said...
This comment has been removed by the author.
Pung said...

ที่รัก..
อะไรคือ "ความรักชาติ"
อะไรคือ "ความรักและหวงแหน" ในสายตาของคนที่เกิดมาในยุคเราน่ะคุณ

บางทีเราก็สงสัย ว่า คำสั้นๆ ที่น่าจะมีความหมายเข้าใจได้ง่ายๆ อยู่ในจิตสำนึกของคนไทย ที่เติบโตมาบนแผ่นดินไทย ทำมั๊ย ทำไม.. กลับสร้างความเข้าใจที่แตกต่างระหว่างบุึคคล ได้ขนาดนี้

ประเทศชาติเราขาดการโ์ฆษณาชวนเชื่อเรื่องความรักชาติ สำหรับผู้คนที่เกิดในรอบ 35 ปีที่ผ่านมาหรือเปล่าหนอ คนไทยถึงมีจิตสำนึกที่ไม่เหมือนกัน