C. Dickens's "Hard Times"

ว่ากันว่า วัตถุดิบจะดีหรือด้อย ต้องพิสูจน์กันในอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด ส่วนถ้าอยากตัดสินเนื้อผ้า ก็ต้องดูแบบเรียบๆ ไม่มีลาย ในทำนองเดียวกัน ถ้าอยากตัดสินทักษะการเล่าเรื่องของนักเขียน ก็ต้องให้นักเขียนมาเล่าเรื่องเห่ยๆ ดูว่าจะเล่าออกมาได้สนุกสนานแค่ไหน ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเล่าเรื่องระดับเทพคนหนึ่ง ซึ่ง Hard Times นี่แหละ น่าจะเป็นข้อพิสูจน์อย่างดี

เราไม่ชอบอะไรสักอย่างที่ประกอบกันเป็น "เรื่อง" ในนิยายเล่มนี้ ตัวละครแบนๆ ขาดๆ เกินๆ ธีมของเรื่อง -- Fact vs Fancy -- ก็อย่างนั้นๆ ไม่ได้ถูกจริตถูกใจเรามาก (แต่สำหรับคนที่สนใจว่า "สังคมนิยม" ก่อนมาร์กซ์หน้าตาเป็นอย่างไร หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดี Hard Times ถูกตีพิมพ์ในปี 1854 ภายหลังแถลงการณ์พรรคฯ เพียง 6 ปี ดิกเกนส์ไม่น่าจะคุ้นเคยกับงานเขียนของมาร์กซ์)

ตัวเอกของเรื่องคือตระกูลแกรดกรินด์ พ่อสอนลูกสาวและลูกชายให้ยึดติดอยู่กับความจริง (fact) ละทิ้งความฝัน (fancy) ออกไป และนิยายทั้งเรื่องก็คือโศกนาฏกรรมที่กำเนิดมาจากคำสั่งสอน และการเลี้ยงดูตรงนี้ อย่างที่บอก เราไม่ค่อยสนุกสนานกับนิยาย "พ่อแม่รังแกฉัน" แต่ก็เพราะอย่างนั้น เลยยิ่งเห็นความสามารถ ทักษะการเล่าเรื่องของดิกเกนส์ การคุมจังหวะปล่อยตัวละครออกมาหน้าม่าน และเรียกพวกเขากลับไป ทำได้อย่างยอดเยี่ยม จนเราไม่รู้สึกบาดใจกับตัวละครอย่างเจมส์ ฮาร์ตฮาวส์ ที่จู่ๆ ก็หายหน้าไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เอาเข้าจริงทักษะทำนองนี้ปรากฏในงานเขียนของบัลซัคเช่นกัน (บัลซัคเองก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเล่าเรื่องชั้นครู) แต่จังหวะของบัลซัค การผ่อน การเร่ง ไม่งดงามลงตัวเหมือนดิกเกนส์

ถึงจะไม่ถูกใจตัวละครตัวไหนเลย แต่คงต้องยกเว้นผู้ร้าย มิสเตอร์บาวเดอบี ไว้คนหนึ่ง ดิกเกนส์เขียนผู้ร้ายเก่งมาก (ไม่ว่าจะเป็นสครูช มาดามดีฟาค หรือมิสฮาวิแชม) บาวเดอบีเป็นผู้ชายหลงตัวเองสุดกู่ และความภาคภูมิใจของเขาคือการมีชาติกำเนิดอันต่ำต้อย และสามารถถีบตัวเองขึ้นมาจนเป็นเศรษฐีได้ บาวเดอบี “เลี้ยง” เลขาผู้หญิง อดีตผู้ดีเอาไว้คนหนึ่ง โดยเขาจะชอบโม้ให้ใครฟัง โดยเปรียบเทียบต้นกำเนิดของตัวเองและเลขาคนนี้ ร้อยครึ่งปีมาแล้วจากตอนที่ดิกเกนส์เขียน Hard Times เราก็ยังไม่เคยเห็นตัวละครแบบมิสเตอร์บาวเดอบีในนิยาย (ทั้งที่ผู้คนในชีวิตจริง มีพฤติกรรมแบบสุดโต่งไม่ผิดเพี้ยนจากตัวละครตัวนี้นัก)

จุดจบของบาวเดอบีจะเป็นอย่างไร แนะนำให้ต้องไปอ่านเอง แต่รับรองได้ว่าแซ่บ

1 comment:

price per head call center said...

I will add your blog to my list. Congratulations for your works!!