W. S. Maugham's "The Magician"

ตาหนวดแวนโฮเอนไฮม์ พ่อของสองพี่น้องเอลริคมาจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ชื่อของเขาคือ พาราเซลซัส "วอน" โฮเอนไฮม์ นักเล่นแร่แปรธาตุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปฐพี ตำนานกล่าวว่าพาราเซลซัสค้นพบหินนักปราชญ์ และได้มีชีวิตอมตะ นอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวละครหลักใน FMA พาราเซลซัสยังเป็นต้นกำเนิดตัวร้ายในนิยาย The Magician ของมอคฮัมอีกด้วย

สุดจะคาดเดาว่ามอคฮัมคาดหวังอะไรจากนิยายเรื่องนี้ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ เจ้าตัวจะสงสัยไหมทำไมใครๆ ก็รู้จักเคาท์แดรกคูลาของบราม สโตคเกอร์ สัตว์ประหลาดของแมรี เชลลี มิสเตอร์ไฮด์ของหลุยส์ สตีเฟนสัน แต่ไม่ยักกะมีใครรู้จักฮัดโด นักเล่นแร่แปรธาตุผู้ชั่วร้ายของเขาเลย

เอาเข้าจริง The Magician ไม่ได้แตกต่างจากนิยายเรื่องอื่นๆ ที่เอ่ยชื่อมาเลย พูดแบบหยาบๆ มันก็คือ Potboiler ดีๆ นั่นแหละ อ่านเอามันส์ อ่านเอาสนุก มีสาระติดปลายนวมเล็กๆ มอคฮัมผู้โด่งดังจาก Of Human Bondage ดูไม่ได้ตั้งเป้าหมายทะเยอทะยานอะไรนักกับนิยายเรื่องนี้ เทียบกับผลงานชิ้นเอกเล่มนั้นแล้ว เหมือนเจ้าตัวจะเขียน The Magician แบบส่งเดชเสียด้วยซ้ำ

แต่ก็อีกนั่นแหละ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก Dracula ดีกว่า Of Human Bondage หากนักเขียนสักคนตั้งความหวังว่านิยายของเขาจะขายดิบขายดี และสร้างตัวละครที่เป็นอมตะไปชั่วกาลนานแบบบราม สโตคเกอร์ ไม่เรียกเป้าหมายนี้ว่าทะเยอะทะยาน ก็ไม่รู้แล้วว่าอะไรใช่ (The Magician ตีพิมพ์ประมาณสิบเอ็ดปีภายหลัง Dracula เจ็ดปีก่อน Of Human Bondage บางทีตอนที่เขียน The Magician มอคฮัมอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการเป็นนักเขียนประเภทไหน)

แม้จะเป็นหนังสือทีหลัง แต่ภาพยนตร์เรื่อง The Magician ถูกสร้างก่อน Dracula ห้าปี พอล เวเกเนอร์ ที่โด่งดังจากบทโกเลม (สัตว์ประหลาดที่ถูกลืมอีกตัว) มารับบทเป็นฮัดโด แต่จนบัดนี้ ก็รู้สึกเหมือนยังไม่มีใครเอามาสร้างใหม่ ไม่เหมือนเบลา ลูโกซี ที่มีส่วนทำให้ท่านเคาท์เป็นอมตะในใจผู้ชมไปได้จริงๆ (ช่วงนี้เป็นเทศกาลฮัลโลวีนพอดี มีเด็กทั่วอเมริกากี่แสน กี่ล้านคนที่แต่งตัวเป็นแดรกคูล่า แล้วจะมีสักกี่คนที่แต่งตัวเป็นฮัดโด นักเล่นแร่แปรธาตุ)

สรุปว่าอะไร มันก็แปลกดีที่ความเป็นอมตะ บางครั้งไม่ต้องอาศัยหินนักปราชญ์เลยด้วยซ้ำ แต่มาจากเหตุบังเอิญล้วนๆ ใครจะไม่ยอมรับบ้างว่ามอคฮัม เป็นนักเขียนนิยายที่กระดูกหนากว่าบราม สโตคเกอร์ตั้งเยอะ แต่ถ้าไม่ใช่เบลล่า ลูโกซี ถ้านิยาย Dracula ไม่ได้ขายดิบขายดี ติดอันดับเบสเซลเลอร์ของศตวรรษที่ 19 (ส่วน Trillby นิยายขายดีอันดับสอง ถูกลืมไปแล้ว) และปัจจัยตั้งเยอะตั้งแยะ

No comments: