M. M. Bakhtin's "The Dialogic Imagination"


บักตินกล่าวเปรียบเทียบระหว่างนักเขียนและกวีเอาไว้ว่า กวีคือผู้ที่ใช้ภาษาของตัวเอง มาอธิบายโลกต่างด้าว ส่วนนักเขียนคือผู้ใช้ภาษาต่างด้าว มาอธิบายสิ่งซึ่งเขาคุ้นชินดีอยู่แล้ว กวีมีแนวโน้มที่จะอนุรักษนิยมได้ง่าย เพราะจุดมุ่งหมายของกวีคือการบีบบังคับโลกภายนอกให้อยู่ภายใต้ภาษาที่เขาคุ้นเคย ส่วนนักเขียนนิยาย (หรือเรื่องแต่งร้อยแก้วชนิดอื่นๆ ) จะเปิดกว้างมากกว่า และยอมรับว่าภาษาของตัวเอง บางทีอาจไม่สามารถนำมาใช้กับปรากฏการณ์บางชนิดได้

จะเข้าใจแนวคิดได้ ก่อนอื่นต้องยอมรับก่อนว่า "ภาษา" ที่บักตินใช้ใน The Dialogic Imagination มีความหมายนอกเหนือไปจาก "ภาษา" ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ในทางหนึ่ง บักตินสรุปย่อนิยายหรือบทกวีว่าประกอบไปด้วยภาษาล้วนๆ (จังหวะจะโคน สัมผัส ตัวละคร พลอต หรือความขัดแย้งไม่ได้สลักสำคัญอันใด) ในอีกทางหนึ่ง ภาษาคือที่สุดของผลผลิตทางวัฒนธรรม คือสิ่งที่บรรจุเอาแต่ละวัฒนธรรมนั้นเข้าหากัน (บางทีบักตินก็จะใช้คำว่า "ภาพลักษร์แห่งภาษา" หรือ "the image of languge") ในที่นี้ ช่างปั้นหม้อก็จะพูดคนละ "ภาษา" กับหมอฟัน เพราะพวกเขามีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป

ถ้ารวมเอานิยามทั้งสามของ "ภาษา" เข้าหากัน ก็จะออกมาเป็นมุมมองที่บักตินมีต่องานวรรณกรรม บทกวีคือผลผลิตของการปฏิเสธความหลากหลายทางวัฒนธรรม พยายามมองและเอ่ยถึงทุกอย่างผ่าน "ภาษา" ของกวี ส่วนนิยายคือผลผลิตของการยอมรับความหลากหลายดังกล่าว เอาเข้าจริง บักตินสุดโต่งกว่านั้นอีก เขาแทบจะพูดเลยว่า หน้าที่เพียงอย่างเดียวของนักเขียนนิยายคือการค้นหาความหลากหลายของภาษา และนำเสนอมันออกมาในนิยาย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือตัวละคร พลอต หรือฉากไม่มีความหมายใดๆ ทั้งนั้น มีแต่ "ภาษา" เท่านั้นที่นักเขียนควรขบคิด

เราอาจไม่ได้เห็นด้วยกับความสุดโต่งระดับนั้น แต่อีกทางหนึ่ง เราก็ไม่ปฏิเสธว่านิยายคือเวทีสังสรรค์ของความคิดและมุมมองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นิยายไม่สามารถนำมา "เล่า" เป็นเรื่องโดยไม่ดัดแปลงหรือตัดทอนอะไรออกไปได้ เวลาพยายาม "เล่า" นิยายให้ใครฟัง มีความรู้สึกเหมือนกับเล่าเหตุการณ์ในเวทีมวย โดยมุ่งไปที่นักมวยคนเดียว คนใดคนหนึ่ง ราวกับว่ากีฬาชนิดนี้มีผู้เล่นแค่คนเดียว คงน่าสนใจกว่านี้ถ้าบักตินวิเคราะห์นิยาย ในแง่มุมอื่นที่นอกเหนือไปจากภาษา การเปลี่ยนมุมมอง การปล่อยให้ตัวละครออกมาถกเถียงกันต่อหน้าคนอ่าน หรือการสร้างตัวละครจากเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย

3 comments:

rottenapple said...

บทความอ่านยากไปนิด แต่ความคิดน่าสนใจดีนะ เดี๋ยวจะกลับมาอ่านดีๆ อีกรอบ

laughable-loves said...

สารภาพว่าวึ่นๆ เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเขียนอธิบายอย่างละเอียดนัก ถ้าสงสัยประเด็นไหน ชวนคุยได้ฮะ

rottenapple said...

รายงานตัวว่าเพิ่งกลับมา แล้วจะเข้ามาอ่านโพสตามที่บอกไว้นะคะ แล้วจะชวนคุยประเด็นที่สงสัยค่ะ ^^ สวัสดีวันแม่ของเมืองไทย