W. Shakespeare's "The Wars of the Roses"

เปล่าๆ เชคสเปียร์ไม่เคยเขียนบทละครชื่อ "The Wars of the Roses" หรอกนะ มีแต่จตุรภาคสงครามดอกกุหลาบที่ประกอบไปด้วยบทละครสี่เล่ม คือ Henry VI สามเล่ม แล้วก็ Richard III อีกหนึ่งเล่ม ทั้งสี่เล่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามดอกกุหลาบ ระหว่างตระกูลยอร์คและแลนแคสเตอร์ในประเทศอังกฤษ (ทั้งสองตระกูลใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบขาวและแดง) เริ่มในยุคกษัตริย์เฮนรีที่ 6 ภายหลังสงครามร้อยปีกับประเทศฝรั่งเศส ต่อมาถึงกษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 4 และไปจบที่ทรราชย์ริชาร์ดที่ 3 ผู้โด่งดัง ก่อนตระกูลยอร์คและแลนแคสเตอร์จะรวมกันเกิดเป็นราชวงศ์ทิวดอร์ ซึ่งเป็นยุคสมัยของเชคสเปียร์

โด่งดังสุดในสี่เล่ม แน่นอนว่าต้องเป็น Richard III บทละครสร้างชื่อเรื่องแรกของเชคสเปียร์ Richard III โด่งดังเสียจน มันกลืนเอาบทละครเฮนรีที่ 6 อีกสามเรื่องหายเข้าไปหมด ทั้งปัจจุบันและในอดีตไม่ค่อยมีใครเล่นบทละครเฮนรีแล้ว แต่บางส่วนบางตอนของมัน ถูกประกอบเข้าไปอยู่ใน Richard III แทน

และเหยื่อของการถูกกลืนตรงนี้ ก็มักจะหนีไม่พ้น Henry VI ภาคสุดท้าย ซึ่งเจ้าชายริชาร์ดเริ่มมีบทบาทเด่นขึ้นมา อันที่จริงก็น่าเสียดาย เพราะถ้าถามเรา บทละครทั้งสองเรื่องนี้ดีพอๆ กัน และดีไปคนละแบบ Henry VI ภาคสุดท้าย เป็นบทละครว่าด้วยสงครามกลางเมือง ดังนั้นจึงไม่มีตัวเอกชัดเจน เหมือนที่กษัตริย์เฮนรีรำพึง ชีวิตของผู้คนในภาวะสงครามเปรียบเหมือนขนนกปลิวไปปลิวมาท่ามกลางกระแสลม บัดเดี๋ยวมีชัย บัดเดี๋ยวแพ้พ่าย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดวง (ไม่ต้องแปลกใจว่าโรเบิร์ต เซเมกคิส ผู้กำกับ Forest Gump เอาอุปมาชีวิตคนเหมือนขนนกมาจากไหน) ฉากที่โดดเด่นที่สุดอยู่กลางเรื่อง เมื่อทั้งฝ่ายยอร์คและแลนแคสเตอร์ส่งทูตไปเจรจาขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฝรั่งเศส ฉากนี้โชว์ความสามารถ ไหวพริบปฏิภาณทางการทูตของแต่ละฝ่าย ก่อนจะจบลงด้วยความพลิกผันเหนือคาดหมาย

อันที่จริง ถ้าไม่ยึดติดกับอคติว่าพระเอกต้องเป็นคนดี เก่งกล้าสามารถแล้วละก็ Henry VI ภาคสุดท้าย ก็มีพระเอกเหมือนกัน และสองคนเสียด้วย คือกษัตริย์เฮนรีและเจ้าชายริชาร์ด ทั้งคู่เป็นขั้วตรงข้ามระหว่างความดีและความเลวสุดโต่ง ในตอนจบฉากการปะทะกันในหอคอยระหว่างความดีและความเลวเทียบเท่าฉากไคลแมกในภาพยนต์แอคชั่นทั้งหลายเลย (เพียงแต่หนนี้ความดีเป็นฝ่ายปราชัย ริชาร์ดสังหารเฮนรี ก่อนจะตั้งตนเป็นกษัตริย์ได้ในภายหลัง)

Richard III เป็นบทละครอีกประเภทหนึ่ง กษัตริย์ริชาร์ดเป็นตัวเด่น แอนไทฮีโร ที่คุมละครทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ (และเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่เชคสเปียร์เขียนละครลักษณะนี้) ส่วนตัวเราเฉยๆ กับการยึดครองอำนาจของริชาร์ด เราไม่ค่อยชอบผู้ร้ายสองหน้าของเชคสเปียร์เท่าไหร่ (เอดมุนเอย อิยาโกเอย) บทแบบนี้ถ้าเล่นไม่ดีจริง มันจะออกมาเป็นนางร้ายช่องเจ็ดมากๆ แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดใน Richard III คือสงครามย่อยๆ ระหว่างเพศ ขณะที่ผู้ชายของสองตระกูลรบราฆ่าฟันกัน จู่ๆ ผู้หญิงก็เริ่มสมัครสมานสามัคคีกันได้ในความเศร้าโศก และก็เป็นอำนาจในเรือนของผู้หญิงต่างหากที่โค่นล้มทรราชย์ริชาร์ดลงได้สำเร็จ

No comments: