วีรกรรมเฒ่าทะเล (r.o.d.)


สารภาพคือระหว่างที่อ่านเรื่องสั้น วีรกรรมเฒ่าทะเล ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เหมือนเหตุการณ์อะไรต่อมิอะไรมันเกิดขึ้นเต็มไปหมด อย่างไม่ค่อยมีที่มาที่ไปเสียด้วย อ่านหลายอย่างที่ผู้เขียนบรรยายแล้วก็ไม่นึกภาพตามไม่ค่อยจะออก กระนั้นพออ่านถึงตอนจบ สะดุดใจว่าจบได้ดี และพอมาครุ่นคิดถึงองค์ประกอบอื่นๆ ก่อนหน้านั้น ก็พอจะมองเห็นว่ามันเข้าท่าเข้าทางดีเหมือนกัน

โดยรวมแล้วต้องบอกว่าชอบครับ ขอตบมือให้กับความแปลกใหม่ของเรื่องสั้นสัจนิยมที่มีตัวเอกเป็นคนชรา แต่ไม่ได้ออกมาเหมือนคนชราในวรรณกรรมทั่วไป ไม่ใช่ไม้ใกล้ฝั่งจะตายวันตายพรุ่งแบบที่นักอ่านชาวไทยคุ้นเคย (แม่พิมพ์ของเรื่องทำนองนี้ที่โด่งดังสุดก็คงเป็น แมว ของอาจารย์ลาว คำหอม) ลุงเรืองใน วีรกรรมเฒ่าทะเล ไม่ใช่คนแก่ธรรมดา ถ้าจะใช้สำนวนไทยว่า "เตะปี๊บดัง" ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ต้องบอกว่าลุงเรือง แกโดดถีบปี๊บขาคู่ได้อย่างสบายๆ เป็นยอดมนุษย์คนหนึ่งที่ "เมื่อมีพลังยิ่งใหญ่ ก็ต้องมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่" ตามไปด้วย

แต่ในส่วนที่รู้สึกว่าเป็นข้อเสีย ก็ยังเป็นข้อเสียอยู่นะครับ เรื่องนี้มีเหตุการณ์เยอะมากๆ ตั้งแต่ตอนเช้า ลุงเรืองมีเรื่องกับทิดหมี ตอนกลางวันก็ไปช่วยผู้หญิงตกน้ำ ตอนเย็นแข่งขนของ และก็มีเรื่องกันอีกรอบในตอนค่ำ เรื่องที่มีเหตุการณ์เยอะๆ แต่ยาวแค่ไม่กี่หน้าแบบนี้ ทำให้รู้สึกว่าขาดรายละเอียดไปพอสมควร ผู้เขียนควรจะใจเย็นลง บรรยายและพรรณนาแต่ละเหตุการณ์ ว่าเกิดอะไรขึ้นและมีผลอย่างไรกับตัวละคร เท่าที่กะดู เรื่องนี้ควรยาวเพิ่มขึ้นสักสองเท่าถึงจะจับใจความทุกเหตุการณ์ได้อย่างละเอียด (อีกทางแก้หนึ่งคือประหยัดเหตุการณ์ ตัดมันออกไปบ้าง)

ผู้เขียนฝากบอกมาว่าชอบคุณประชาคม ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะงานชิ้นนี้ก็มีกลิ่นน้ำเค็มเฉกเช่นเดียวกับผลงานของคุณประชาคม แต่อีกสิ่งที่อยากเตือนคือ กับงานของคุณประชาคมนั้น ต่อให้ผู้อ่านไม่เคยไปเห็นท้องทะเล ไม่เคยขึ้นเรือหาปลา ก็ยังติดตามเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน แต่ปัญหาหลักของ วีรกรรมเฒ่าทะเล คือนึกภาพตามได้ยากมาก เช่นจับใจความได้ว่าลุงเรืองไม่ใช่กะลาสี ไม่ได้มีหน้าที่หาปลา และงานของแกน่าจะเกี่ยวข้องกับการแบกหามข้าวสารมากกว่า ถ้าอย่างนั้นจริงทำไมถึงต้องนั่งเรือออกไปกลางทะเลด้วย (ใช่ไหม) หรือเหตุการณ์คนตกน้ำนี่มันเกิดที่ไหนกัน ริมฝั่งหรือว่ากลางทะเล และผู้หญิงคนนั้นมาจากไหน ยืนอยู่บนเรืออีกลำหนึ่ง หรืออยู่บน "บันได" (ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะหรือเปล่า เพราะนึกภาพไม่ออกจริงๆ ) รายละเอียดทำนองนี้ ผู้เขียนจะต้องทำตัวเป็นมิตรกับคนอ่านให้มากกว่านี้

ชอบตอนจบของเรื่องนี้มาก เป็นการจบที่สะกิดใจยิ่งนัก แม้จะยังมีพื้นฐานหลายอย่างต้องปรับปรุง แต่เมื่อความคิดดีแล้ว สิ่งเหล่านี้ฝึกฝนกันได้ไม่ยากครับ

1 comment:

นพ กันยา said...

ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆ สำหรับคำแนะนำ ที่ตรงจุดที่สุดเลย ผมจะเอาข้อเสียไปปรับปรุงให้ดีขึ้น


( ผมบรรยายไม่ละเอียด เลยอยากเล่าเพิ่มเติม นิดหนึ่งว่า อาชีพของลุงคนนี้ เป็น กรรมกร ที่ทำงานบนเรือสินค้า ที่มาทิ้งสมอหน้าเกาะสีชัง ศรีราชาครับ อีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก และที่ชอบ ประชาคม ไม่ใช่เพราะแกเขียนเรื่องทะเล แต่เพราะแก เขียนให้คนมีความหวัง เพราะเรื่องราวของแกส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ คนที่มีความหวัง จึงพยายามดิ้นรน แม้จะล้มลุกคลุกคลาน กี่ครั้งก็ยังมีแรงลุกขึ้นสู้กันต่อ อะไรแบบนี้แหละครับ ผมชอบตรงนั้น
แต่ก็เบื่อแก เหมือนกันครับ มีกี่เรื่องๆๆ ก็ทะเลทั้งนั้น )